คดีแรงงาน คือ ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ หน้าที่ และความสัมพันธ์ในการจ้างงาน โดยครอบคลุมตั้งแต่เรื่องสัญญาจ้าง สภาพการจ้าง การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ประกันสังคม เงินทดแทน ไปจนถึงข้อพิพาทในรัฐวิสาหกิจ. คดีเหล่านี้จะได้รับการพิจารณาโดย ศาลแรงงาน ซึ่งมีระบบการพิจารณาแบบไต่สวน โดยมีผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมทบ (ฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง) ร่วมกันพิจารณา.
ลักษณะสำคัญของคดีแรงงาน
• คู่กรณี: นายจ้างและลูกจ้าง.
ประเด็นข้อพิพาท:
ครอบคลุมหลายด้าน เช่น:
• สัญญาจ้างแรงงาน.
• ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง.
• การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม.
• สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เช่น ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าชดเชย.
• สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายประกันสังคมและเงินทดแทน.
• ข้อพิพาทตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์และแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์.
• การกระทำอันไม่เป็นธรรมระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง.
องค์คณะพิจารณา: ผู้พิพากษาศาลแรงงาน พร้อมด้วยผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง.
• • การพิจารณาคดี: ใช้ระบบไต่สวน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คู่ความทั้งสองฝ่าย.
• • ค่าธรรมเนียม: คดีแรงงาน ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล และไม่เสียค่าทนายความใช้แทนด้วย (พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 27).
• • ศาลชั้นต้น: ศาลแรงงานกลาง และศาลแรงงานภาค 1-9.
กรณีที่ลูกจ้างควรยื่นฟ้องต่อศาลแรงงาน
• เมื่อนายจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือค่าชดเชย.
• เมื่อถูกเลิกจ้างโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าและไม่ได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย.
• เมื่อเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง.
• เมื่อต้องการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของพนักงานตรวจแรงงาน
